Search
Close this search box.

ซาปา เวียดนามเหนือ ตอนที่ 4/4

Facebook
Twitter
LinkedIn

ซาปา เวียดนามเหนือ ทริปนี้ เดินทางกัน 4 คนนะครับ ผม ภรรยา ลูกชาย และ ลูกสาว เราเน้นความปลอดภัยในการเดินทางเป็นหลัก เราจึงทำการจองรถโดยสารและโรงแรมต่าง ๆ ในระบบออนไลน์ไปก่อนล่วงหน้า เรื่องการท่องเที่ยวในซาปานั้น เราไม่ได้จองทัวร์ใด ๆ ไว้เลย เพราะจากการอ่านรีวิวเกี่ยวกับการเที่ยวซาปา นั้นจะสนุกหรือไม่ขึ้นอยู่กับภูมิอากาศด้วย เราจึงอยากเห็นสภาพอากาศก่อนแล้วค่อยเลือกสถานที่นะครับ บริษัทต่าง ๆ ที่ผมอ้างถึงคือบริษัทที่ผมใช้บริการ การรีวิวนี้ไม่ได้มีส่วนได้เสียใด ๆ กับบริษัททั้งหมดที่ผมจะกล่าวถึงนะครับ

เราวางแผนโดยออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง ในช่วงเย็น เวลา 18.25 น. ถึงสนามบินโหน่ยบาย ที่เมืองฮานอย ในเวลา 20.25 น. ใช้เวลาบินประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อที่จะไปต่อรถที่เราจองไว้ล่วงหน้า แล้วเดินทางต่อไปซาปาทันที โดยผมได้กำหนดแผนการท่องเที่ยวไว้ดังนี้ครับ

ซาปา แผนท่องเที่ยว

ตอนนี้เป็นการรีวิวการท่องเที่ยวซาปา เวียดนาม ตอนที่ 4 (สุดท้าย) ซึ่งเป็นวันที่ 4 และ 5 ของการเดินทาง  หากต้องการอ่านรายละเอียดการเดินทางก่อนหน้านี้ อ่านได้ที่ Link นี้ครับ


ตอนที่ 1 ออกจากบ้าน มาจนถึง..ซาปา


ตอนที่ 2 ขึ้นเขาฟานซิปัน ยอดเขาที่สูงที่สุดในอินโดจีน


ตอนที่ 3 เดินไปหมู่บ้านกั๊ต กั๊ต (CAT CAT Village)

จากซาปา ไปฮานอย

เช้าวันนี้ต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า สลับกันล้างหน้าแปรงฟัน เราได้แจ้งโรงแรมไปแล้วว่าวันนี้เราจะออกเช้านะครับ จึงทำการ Check out ไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เราขอจ่ายเป็น US$ ครับ เนื่องจากเราแลกเงิน VND มาไม่มาก ทางโรงแรมคิดอัตราแลกเปลี่ยน 22,500 VND = 1 US$ คำนวณได้ 96 US$ เราจ่ายไป 100 US$ โรงแรมทอนมาให้ 4 US$ เราก็คิดว่าถ้าเป็น VND จะดีกว่ามั้ย จึงบอกไปว่าขอเงินทอนเป็น VND แล้วกันนะ จะได้ไว้ใช้ซื้อของได้

ซาปา เวียดนาม
sapaexpress.com

เราแบกกระเป๋ากันเดินไปจุดขึ้นรถของบริษัท Sapa Express ที่เราจองผ่านหน้าเว็บไว้ต้ั้งแต่ก่อนเดินทางมา (Click ที่รูป) เที่ยวเช้าแบบนี้ดูจากเว็บเห็นมีแต่ Limousine 16 seat Bus ครับ ราคาคนละ 18 US$ ออกจากซาปา 7.00 น. ถึง ฮานอย 13.30 น. แวะพักรถครึ่งชั่วโมงระหว่างทาง

ซาปา รถบัส
ใบยืนยันการจอง

เราต้องไปแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมแจ้งชื่อของเรา และแสดงหลักฐานการจอง หรือใบเสร็จรับเงิน เจ้าหน้าที่จะแจ้งว่าที่นั่งของเราหมายเลขอะไร รถบัสเป็นบัสขนาดเล็ก นั่งได้เพียง 16 ที่นั่ง แบ่งเป็นสองฝั่ง ไม่มีห้องน้ำครับ เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้เราเข้าห้องน้ำที่สำนักงานเพื่อทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย ห้องน้ำสะอาดดีครับ เจ้าหน้าที่จะถามว่าเมื่อถึงฮานอยเราจะลงที่ไหน ใครจะไปสนามบินเลยรถก็จะวนเข้าไปส่งที่สนามบินเลยนะครับทั้ง Domestic และ International ใครพักโรงแรมใดในบริเวณ Old Quarter ให้บอกไว้เลยครับ รถจะวนไปส่งถึงหน้าโรงแรม หรือจุดที่ใกล้ที่สุดครับ ระหว่างรอเวลารถออกก็เดินไปหาอาหารเช้าทาน วันนี้ได้ Banh My อีกแล้ว ราคาชิ้นละ 15,000 VND (ไม่ใส่ไข่เจียวเหมือนเมื่อวาน) ร้านอยู่ตรงส่วนหัวของทะเลสาบนั่นเอง

ได้เวลาจาก…ซาปา

เมื่อถืงเวลาเจ้าหน้าที่จะเรียกให้เดินตามไป ณ จุดขึ้นรถ (บริเวณข้างทะเลสาบ สำนักงานอยู่ในถนนที่รถบัสเข้าไม่ได้) เจ้าหน้าที่จะจัดกระเป๋าใครลงก่อนจะวางไว้ด้านนอกเพื่อสะดวกต่อการหยิบกระเป๋าครับ และเมื่อขึ้นรถเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ก็จะขึ้นมากล่าวต้อนรับ (เหมือนคณะดูงานไงไม่รู้) แนะนำตัวเอง แนะนำคนขับรถ ชวนเราพูดคุยเรื่องต่าง ๆ พร้อมทั้งแจกน้ำขวด ขนมหนึ่งอย่าง และบอกวิธีการเข้า Wifi ของรถ ขากลับมานี้เป็นเส้นทางลงเขาครับไปยังเมืองหล่าวก่าย (ใครที่ไป-กลับรถไฟ ต้องมาต่อรถไฟที่นี่ครับ) ระยะทางถ้าผมจำไม่ผิดประมาณ 32 กิโลเมตร แล้วถึงวิ่งเข้าทางหลวง ขาไปหลับไปตลอดทางไม่รู้ตัวครับ และไปกลางคืนด้วยมองไม่เห็นเส้นทาง ใครที่เมารถแนะนำให้ทานยาแก้เมารถไว้ได้เลยครับ แต่ภาพรวมแล้วมีความปลอดภัยครับ

ณ จุดพักรถระหว่างทาง

ยังเหมือนเดิมครับ แอร์รถ จะเปิด-ปิด เป็นระยะ ผมนั่งหลับ ๆ ตื่น ๆ มาตลอดทาง พอถึงจุดพักรถ เจ้าหน้าที่จะแจ้งว่าเราจะจอดให้พักเข้าห้องน้ำ หรือทานอาหารเช้า โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที  ถ้าเข้าห้องน้ำก็เสียเงินประมาณ 3,000 VND ต่อคน ชาวยุโรปที่นั่งมาด้วยก็แวะเข้าร้านกาแฟเลยครับ เป็นอาหารตะวันตก ส่วนผมเดินหาอาหารพื้นเมืองเวียดนามครับ ได้มา 2 อย่าง ไม่ทราบชื่อครับ เพราะคนขายไม่ค่อยอยากจะสบตาเราเท่าไหร่ ถามว่าเท่าไหร่ How much แกก็ไม่พูดไรเปิดกระเป๋าหยิบแบงค์ให้เราดู 20,000 VND ก็เลยสั่งมานั่งทาน (ไม่ได้หิว แต่อยากลอง) พอถึงเวลาเจ้าหน้าที่ก็จะเดินมาตามครับ (แค่ 16 คนเอง เค้าจำหน้าได้) ขึ้นรถก็หลับต่อครับ

เช็คอินโรงแรมในฮานอย

รถบัสที่ผมนั่งมามีชาวยุโรปไปลงที่ Domestic Airport 3 คน รถบัสก็วนเข้าไปส่งที่โถงผู้โดยสารขาออกเลยครับ หลังจากนั้นก็ตรงดิ่งเข้าฮานอย เข้าไปยังบริเวณ Old Quarter วนส่งผู้โดยสารตามโรงแรมต่าง ๆ ส่วนผมลงสุดท้ายที่สำนักงาน เพราะโรงแรม King ly ที่ผมจองนั้นห่างจากสำนักงานของ Sapa express ที่ฮานอย เพียง 2 คูหา เดิน 10 ก้าวก็ถึงแล้ว ผมตั้งใจเลือกโรงแรมนี้เพราะเหตุผลนี้ล่ะครับ จะได้ไม่ต้องแบกกระเป๋าไกล โรงแรมนี้มีคะแนนรีวิวใน Booking.com ค่อนข้างสูงครับ

เช็คอินชำระเงินเรียบร้อย เมื่อเราแจ้งว่าเราจะ Check out วันรุ่งขึ้นเวลา 05.30 น. เพื่อไปยังสนามบิน Noi bai ทางโรงแรมแจ้งว่าจะจัดอาหารเช้าสำหรับเดินทางไว้ให้ครับ หลังจากนั้นเราก็นำสัมภาระเก็บเข้าห้อง ยังยืนยันว่าภาพที่เห็นใน Booking.com กับห้องจริงก็เหมือนกันเลยครับ แต่ถ้ายังไม่ชอบก็สามารถค้นหาโรงแรมอื่น ๆ ผ่าน Booking.com ตามแผนที่ที่เห็นนะครับ



Booking.com

มื้อกลางวันที่ฮานอย

เราใช้เวลาช่วงบ่ายวันนั้นเดินหาอาหารกลางวันทานบริเวณ Old Quarter ตามรีวิวใน TripAdvior ที่อ่านมานะครับ ร้านแรกที่เดินตรงไปคือร้าน Xoi Yen (น่าจะอ่านว่า เสี่ยวเยิน) เป็นร้านเหมือนข้าวแกงบ้านเราครับ แต่ข้าวเป็นข้าวเหนียว มี 3 แบบ แล้วก็มีกับข้าวให้เลือก แต่เห็นคนที่นี่เค้าสั่งเอากับโปะลงบนข้าวเลย แต่เราสั่งไม่เป็นก็เลยชี้ ๆ ตามเมนูไป (มีราคาระบุไว้ในเมนูประมาณที่ละ 15,000 VND) ได้มาทานตามภาพครับ ทานเสร็จก็ถือบิลมาจ่ายที่หน้าร้านครับ

ร้าน Xoi Yen ข้าวแกงฮานอย

ทานเสร็จเดินมาในช่วงตึกเดียวกัน ร้าน Cafe Giang กาแฟไข่ ทางเข้าจะเป็นช่องเล็ก ๆ มีป้ายร้านติดอยู่ด้านหน้า เดินเข้าไปสัก 20 ก้าว จะพบกับผู้คนเต็มไปหมด (คือไม่มีที่นั่งเลย) ยืนรอสักพักไม่น่าจะได้นั่ง ก็เลยไปต่อที่อื่นดีกว่า แต่ก็ถ่ายภาพมาฝากนะครับ

ร้าน Cafe Giang กาแฟไข่

เราเลยเดินกลับไปทางทะเลสาบหว่านเกี๋ยม ก็ประมาณว่าเดินไปเรื่อย ๆ เจออะไรน่าทานก็จัดการซะ คุณภรรยายังไม่ได้ดื่มกาแฟ ก็เลยหาร้านใน TripAdvisor ชื่อ Cong Cafe อ่านจากรีวิวบอกว่าเป็นกาแฟใส่กะทิ เอ้า Where ๆ ก็ Where ๆ (ไหน ๆ ก็ไหน ๆ) ละ ค้นหาในอากู๋เลย เจอเพียบครับ เลือกเอาสักร้าน สั่งได้เลยครับ มีทั้งนั่งกิน กับ Take away ถ้าอยากได้บรรยากาศก็ต้องนั่งกินที่ร้านครับ แต่เราไม่นิยมเพราะคนเยอะมากครับ ซื้อเดินไปกินไปดีกว่า 55,000 VND (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ร้านที่ผมซื้อคือที่ด้านหลังเบลอ ๆ นั่นแหละ เราถ่ายจากลานกว้าง ๆ หน้า High Land Cafe แล้วก็เก็บภาพบรรยากาศ เดินไปเรื่อย ๆ สักพักก็เข้าที่พักงีบเอาแรงสักหน่อยครับ

มื้อเย็น เราออกเดินตามหาร้าน Bun Cha Dac Kim ในตำนาน อ่านจากรีวิวว่าอร่อยมาก ๆ เดินหาจนถึงร้าน สั่งคุณป้าไป 2 ชุด คุณป้าดูจะอารมณ์ไม่ดีนิดหน่อย ออกท่าทางคล้ายกับว่า ทานไม่พอหรอกมาตั้ง 4 คน (จริง ๆ เรายังไม่หิวเลย) หลังจากนั้นก็เดินเปลี่ยนเส้นทางอ้อมไปอีกทางเพื่อกลับไปยังที่พัก แวะตามร้านต่าง ๆ ที่เด็ก ๆ อยากทาน ทานตรงนั้นบ้าง ซื้อไปทานที่โรงแรมบ้าง ติดตามในคลิปเลยครับ

ไปสนามบินยังไงตอนเวลาตีห้าครึ่ง

ในวันพรุ่งนี้ ผมจอง flight กลับ 9.00 น. เวลา Boarding ก็ 8.30 น. โดยประมาณ เราต้องไปถึงที่สนามบินก่อน 2 ชั่วโมง (ตามมาตรฐานของผม) ก็คือต้องถึง 6.30 น. เราใช้เวลาเดินทางจาก Old Quarter ถึงสนามบิน 40-60 นาที โดยรถยนต์ ถ้ารถประจำทางก็จะนานกว่านั้น (สาย 86 ถึงสนามบิน) หมายความว่าเราต้องออกจากโรงแรม 5.30 น. โอ้ววววววววววว

ผมเคยเมล์สอบถามค่าใช้จ่ายกับทางโรงแรมก่อนเดินทางมาที่นี่เรื่องการไปส่งที่สนามบินแล้ว โรงแรมคิด 20 US$ ซึ่งสำหรับ 4 คน เวลา 5.30 น. ผมรับได้ เมื่อเทียบกับต้องไปเรียกแท็กซี่เอง (ต้องระวังตัวมากขึ้น ตามรีวิว) แต่ผมยังพอมีเวลาในช่วงนั้นจึงหาบริษัทรถที่จะมารับเราที่โรงแรมเพื่อส่งที่สนามบิน ก็ดูจาก TripAdvisor เช่นเดิมครับ

บริษัทที่ว่า คือ Hanoi Transfer Services (HTS) คุณ Lily จะตอบเมล์ทันที เลือกเมนู Hanoi Airport Transfer หน้าเว็บจะบอกรายละเอียดหมดว่า ไปรับ (pick-up) ไปส่ง (see-off) ราคาเท่าไหร่ มีรถขนาดใดบ้าง

www.hanoitransferservice.com
ตารางราคาจาก https://www.hanoitransferservice.com

เรามา 4 คน ต้องเลือก 7 Seater (นับคนขับด้วยนะ) ราคาตามตารางครับ ตอนจองระบบจะถามว่าให้ไปรับที่โรงแรมอะไร เวลาอะไร คุณ Lily ก็จะเมล์ส่งรายละเอียดมาให้เราอ่าน ตรวจสอบให้ดี เรื่องวันที่และเวลานะครับ ถ้าถูกต้องก็ตัดบัตรเครดิต

5.20 น. พวกเราลงมารอที่ล็อบบี้โรงแรม พนักงานนอนหลับกันอยู่ (ที่นี่กลางคืนโรงแรมปิดไฟ) สักพักเค้าก็ตื่นเปิดไฟ กุลีกุจอสอบถามเราว่าจะไปยังไง (พนักงานเปลี่ยนกะ) แล้วรีบไปเตรียมอาหารเช้าให้เรา (บั๋นหมี่ กับน้ำขวด 4 ชุด) ใส่ถุงให้เรียบร้อยพร้อมกับถามว่าดูก่อนว่าพอมั้ย (น่ารักมั้ยหล่ะ)

5.30 น. ยังไม่เห็นมีใครมารับ ผมเลยเดินไปดูหน้าโรงแรม พนักงานก็แสดงความมีน้ำใจโดยถามว่าจองกับบริษัทอะไร มีเบอร์โทรศัพท์มั้ย พร้อมกับโทรไปสอบถามให้แล้วบอกว่าบริษัทอยู่ใกล้ ๆ ไม่เกิน 5 นาที รถจะมาถึง ครับตามนั้น รถมาจอดที่หน้าโรงแรม (รุ่น Innova) ทุกคนช่วยกันยกของขึ้นรถ พ่อหนุ่มพนักงานยังมีความรอบคอบ หันมาถามผมว่าจะบินไปไหน ผมก็ตอบว่า Bangkok Thailand แล้วก็หันไปบอกคนขับรถเป็นภาษาเวียดนามประมาณว่า International Airport นะ ประมาณนั้น เราไปถึงสนามบิน 6.20 น.ครับ

เช็คอินขากลับ…ด้วย…

ตามที่ผมแจ้งไว้ในตอนแรก ไม่ว่าคุณจะเช็คอินออนไลน์มาแล้ว และพิมพ์ใบ Boarding Pass (A4) มาแล้ว ถึงแม้ว่าไม่มีกระเป๋าโหลด ก็ต้องมาเช็คอินแสดงตน Verify Travel Document เพื่อรับ Boarding Pass แบบแข็งนะครับ มิเช่นนั้น (ทำเสียงเข้ม) ตม. จะไล่กลับออกมา แล้วถ้าคนเยอะมาก โอกาสตกเครื่องมีสูงครับ (ผมอ่านจากรีวิวมาครับ คริ คริ)

เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง 11.00 น. โดยประมาณครับ โทรเรียกรถมารับ (กลับไปอ่านตอนที่ 1 เรื่องที่จอดรถ) เราจะต้องไปรอที่ชั้น 3 ขาออก ประตู 3 (เรามาขาเข้า อยู่ชั้น 1) ไปถึงนำของขึ้นรถ คืนบัตรจอดรถ ขับรถกลับบ้าน นอน วันรุ่งขึ้นทำงาน…….. สรุปค่าใช้จ่ายอยู่ด้านล่างครับ



Booking.com

สรุป..สรุป..สรุป

สรุปค่าใช้จ่ายตลอดทริป ซาปา ของพวกเรา 4 คน รวมค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว ระยะเวลาเที่ยว 5 วัน 4 คืน นอนรถ 1 คืน นอนโรงแรม 3 คืน อยู่ที่ประมาณ 44,000 บาท ครับ (เลขกลม ๆ นะ)

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ นี่เป็นการเขียนรีวิวครั้งแรกจากการไปเที่ยวครับ การทำคลิปทั้งหมดนั้นเรียนรู้ด้วยตนเองทั้งสิ้น ผมหวังว่าคงเป็นประโยชน์กับท่านที่มาอ่านบ้างนะครับ หากมีข้อสงสัยก็ถามเข้ามาได้นะครับ ถ้าผมพอจะตอบได้ หรือพอมีข้อมูลครับ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เมื่ออนาคตไล่ล่าเรา

สำนักงานจัดหางานจังหวัดสกลนคร จัดอบรมพัฒนาองค์ความรู้ด้านการแนะแนวให้กับครูแนะแนวในจังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567

ความเป็นครู

วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ หัวข้อ “ความเป็นครู” (รุ่น 1) ให้กับครูศูนย์การเรียนทั่วประเทศ ณ ห้องประชุมวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์

กองส่งเสริมการมีงานทำ

นักแนะแนวอาชีพระดับต้น

หลักสูตรนักแนะแนวอาชีพระดับต้น รุ่นที่ 7 ข้าราชการกรมการจัดหางาน วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567